ชาวไร่อ้อยต้องมีความรู้และเข้าใจระบบของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพราะว่ามีพรบ.ด้วย และน้ำตาลทราย ปี2527 กำหนดระเบียบ ควบคุม กำกับให้เกิดความยุติธรรมในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งชาวไร่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด ผู้ปลูกอ้อยส่งเข้าโรงงานน้ำตาลทรายต้องปฏิบัติตามดังต่อไปนี้
จดทะเบียนเป็นผู้ปลูกอ้อยตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย
เกษตรกรที่มีความประสงค์จะขอจดทะเบียนชาวไร่อ้อย ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ปลูกอ้อยในท้องที่ ที่คณะกรรมการอ้อยกำหนดตามมาตรา 17(2) และมีสัญญาส่งอ้อยให้แก่โรงงานหรือหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย หลักฐานประกอบคำขอคือ สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ พร้อมทั้งรูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป มีพื้นที่ใช้ปลูกอ้อยไม่น้อยกว่าสิบไร่ แล้วนำมายืนต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ประจำโรงงานที่เกษตรกรจะส่งอ้อยเข้าหีบ ณ ช่วงที่เปิดจดทะเบียน

ติดต่อขอโควต้าส่งอ้อยเข้าโรงงาน
เกษตรกรที่จะส่งอ้อยเข้าโรงงานจะต้องทำสัญญาการขายอ้อย (เปิดโควตา) ซึ่งจะต้องขอเปิดเป็นหัวหน้าโควตาที่สำนักงานเขตส่งเสริมอ้อยของโรงงานหรือที่สำนักงานฝ่ายอ้อยของโรงงานโดยมีเอกสาร ประกอบการยื่นขอต่อไปนี้คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนสมรส ทะเบียนอ้อย (ถ้ามี) หลักทรัพย์ (ที่ดิน ทะเบียนรถ กรณีต้องการขอรับเงินส่งเสริม) และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ค้ำประกัน (กรณีที่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันการขอรับเงินส่งเสริม)

มีความพร้อมเรื่องของปัจจัยการผลิตประกอบด้วย ที่ดิน แรงงาน และเงินทุน
เงินทุน การขอสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม หรือขอรับเงินส่งเสริม หรือที่ เรียกกันว่า เงินเกี้ยว จาก ฝ่ายไร่หรือฝ่ายอ้อยของโรงงานน้ำตาลพิษณุโลก

มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีและวิธีการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องเหมาะสม
โดยเข้ารับการอบรมที่จัดโดยหน่วยงานราชการ ฝ่ายส่งเสริมของโรงงาน หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ควรศึกษาหาความรู้จากเอกสาร สิ่งพิมพ์ การศึกษาดูงานจากชาวไร่ที่ประสบผลสำเร็จในการผลิตอ้อย เพื่อนำความรู้มาปรับปรุงการทำไร่อ้อยของตนเอง เป็นต้น


